วันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2553

หมดหวังเห็นราคาน้ำมันลด หลังรัฐเตรียมเก็บเงินกองทุนเพิ่ม

จัดทำบทความโดย นางสาว ชลธิชา นกสูงเนิน เลขทะเบียน 4902100630

หมดหวังเห็นราคาน้ำมันลด หลังรัฐเตรียมเก็บเงินกองทุนเพิ่ม


กรุงเทพฯ 28 ม.ค.- นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายพลังงาน (กบง.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กบง.วันนี้มีมติให้ปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน โดยปรับส่วนต่างของไบโอดีเซล บี 2 และบี 5 ให้เพิ่มขึ้นเป็น 1.50-2 บาท จากปัจจุบันที่ลดเหลือเพียง 1.20 บาทต่อลิตร ปรับเพิ่มส่วนต่างแก๊สโซฮอล์ 95 และแก๊สโซฮอล์ 91 จาก 0.80 บาท เป็นประมาณ 1.00 บาทต่อลิตร และปรับเพิ่มส่วนต่างเบนซิน 91 และแก๊สโซฮอล์ 91 ให้เพิ่มขึ้นเช่นกัน จากปัจจุบันต่างกันประมาณ 7 บาทต่อลิตร โดยแนวทางการปรับก็จะมีการเก็บเพิ่มเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในส่วนของบี 2, แก๊สโซฮอล์ 95 และเบนซิน 91 เพิ่มขึ้น แต่อยู่บนหลักเกณฑ์ไม่กระทบต่อราคาน้ำมันขายปลีกของประชาชน

"การเพิ่มส่วนต่างของน้ำมันจะเป็นการส่งเสริมพลังงานทดแทน เพราะต้องยอมรับว่าต้นทุนบี 100 เอทานอลปรับเพิ่มทำให้ค่าการตลาดของปั๊มลดต่ำจนไม่จูงใจในการจำหน่าย แต่ขอย้ำว่าจะเก็บเพิ่มกองทุนฯ ในช่วงราคาน้ำมันขาลง เพื่อไม่ให้กระทบต่อราคาขายปลีกให้ปรับขึ้น" รมว.พลังงาน กล่าว

นพ.วรรณรัตน์ ยังกล่าวด้วยว่า การทยอยเก็บเงินกองทุนน้ำมันฯ เพิ่มขึ้นจะทำให้เงินกองทุนน้ำมันมีเงินทุนไหลเข้าเพิ่มขึ้นจากอัตรา 300-400 ล้านบาทต่อเดือน เป็น 700-800 ล้านบาทต่อเดือน เป็นการรองรับการส่งเสริมพลังงานทดแทนและภาระนำเข้าก๊าซหุงต้ม หรือแอลพีจีที่ เพิ่มสูงขึ้นด้วย โดยเงินกองทุนฯ จะเพิ่มตามเป้าหมายหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับว่าจังหวะราคาน้ำมันตลาดโลกจะลดลง จนทยอยเก็บส่วนต่างได้เพิ่มขึ้นหรือไม่ รวมทั้งปริมาณการใช้น้ำมันแต่ละประเภทจะเป็นอย่างไรอีกด้วย โดยแม้ว่าเงินกองทุนจะเก็บได้เพิ่มขึ้น แต่หากผลกระทบนำเข้าแอลพีจีจากกรณีโรงแยกก๊าซธรรมชาติโรง 6 เปิดดำเนินการไม่ได้มีมากขึ้นเงินกองทุนฯ ระดับนี้ก็อาจไม่เพียงพอและอาจจำเป็นต้องทบทวนปรับราคาก่อนเดือนสิงหาคมก็ได้ ทั้งนี้ แล้วแต่สถานการณ์ เพราะกระทรวงฯ มีนโยบายชัดเจนไม่ต้องการให้กองทุนฯ เป็นหนี้อีก

สำหรับเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในปัจจุบัน มีวงเงินประมาณเกือบ 20,000 ล้านบาท โดยเก็บจากเบนซิน 95 อัตรา 7.50 บาท

ลิตร เบนซิน 91 อัตรา 6.20 บาท แก๊สโซฮอล์ 95 อัตรา 2.27 บาท แก๊สโซฮอล์ 91 อัตรา 1.67 บาท บี 2 อัตรา 0.53 บาท ส่วนที่เหลือเป็นการอุดหนุน อี 20 อัตรา 0.46 บาท อี 85 อัตรา 10.30 บาท และ บี 5 อัตรา 0.81 บาท
นายศิวนันท์ ณ นคร ผู้อำนวยการสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน กล่าวว่า ภาระของกองทุนฯ นอกจากจะเพิ่มขึ้นจากการนำเข้าแอลพีจีที่ประมาณกว่า 100,000 ตันต่อเดือนที่ต้องใช้เงินกว่า 1,000 ล้านบาทแล้ว ยังมีภาระที่ต้องไปใช้สำหรับปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์แท็กซี่แอลพีจีเป็นเอ็นจีวี 30,000 คัน วงเงิน 1,200 ล้านบาท และเข้าไปรับภาระการตรึงราคาเอ็นจีวีจนถึงเดือนสิงหาคม ในอัตรากิโลกรัมละ 2 บาท หรือประมาณ 300 ล้านบาทต่อเดือนอีกด้วย. -สำนักข่าวไทยอัพเดตเมื่อ 2010-01-28 17:27:34



โดย : สำนักข่าวไทย

ที่มา : http://news.impaqmsn.com/articles.aspx?id=303103&ch=ec1

คำถามท้ายเรื่อง

1) เพราะเหตุใด คณะกรรมการนโยบายพลังงาน จึงปรับเพิ่มส่วนต่างของราคาน้ำมัน
2) การทยอยเก็บเงินกองทุนน้ำมันฯ เพิ่มขึ้นจะทำให้เงินกองทุนน้ำมันมีเงินทุนไหลเข้าเพิ่มขึ้นเท่าไหร่
3) ประเทศไทยต้องนำเข้า LPG ประมาณกี่ตันต่อเดือนและเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่

3 ความคิดเห็น:

  1. ตอบ 1.การเพิ่มส่วนต่างของน้ำมันจะเป็นการส่งเสริมพลังงานทดแทน และภาระนำเข้าก๊าซหุงต้ม
    2. การทยอยเก็บเงินกองทุนน้ำมันฯ เพิ่มขึ้นจะทำให้เงินกองทุนน้ำมันมีเงินทุนไหลเข้าเพิ่มขึ้นจากอัตรา 300-400 ล้านบาทต่อเดือน เป็น 700-800 ล้านบาทต่อเดือน
    3.การนำเข้าแอลพีจีที่ประมาณกว่า 100,000 ตันต่อเดือนที่ต้องใช้เงินกว่า 1,000 ล้านบาท

    น.ส. เพ็ญศรี นุ่มศิริ เลขทะเบียน 4902100003

    ตอบลบ
  2. คำตอบคือ
    1.การเพิ่มส่วนต่างของน้ำมันจะเป็นการส่งเสริมพลังงานทดแทน และภาระนำเข้าก๊าซหุงต้ม

    2. การทยอยเก็บเงินกองทุนน้ำมันฯ เพิ่มขึ้นจะทำให้เงินกองทุนน้ำมันมีเงินทุนไหลเข้าเพิ่มขึ้นจากอัตรา 300-400 ล้านบาทต่อเดือน เป็น 700-800 ล้านบาทต่อเดือน

    3.การนำเข้าแอลพีจีที่ประมาณกว่า 100,000 ตันต่อเดือนที่ต้องใช้เงินกว่า 1,000 ล้านบาท

    นางสาวจิราวรรณ จวบจันทร์ผล เลขทะเบียน4902100370

    ตอบลบ
  3. 1.การเพิ่มส่วนต่างของน้ำมันจะเป็นการส่งเสริมพลังงานทดแทน และภาระนำเข้าก๊าซหุงต้ม
    2.การทยอยเก็บเงินกองทุนน้ำมันฯ เพิ่มขึ้นจะทำให้เงินกองทุนน้ำมันมีเงินทุนไหลเข้าเพิ่มขึ้นจากอัตรา 300-400 ล้านบาทต่อเดือน เป็น 700-800 ล้านบาทต่อเดือน
    3.การนำเข้าแอลพีจีที่ประมาณกว่า 100,000 ตันต่อเดือนที่ต้องใช้เงินกว่า 1,000 ล้านบาท

    นางสาวพรทิพย์ คำตะโหนด เลขทะเบียน 4902100067

    ตอบลบ