ร้านทองเหี่ยวเศรษฐกิจเยาวราชไม่คึกคักยอดหด 50%
จัดทำบทความโดย นางสาว ชลธิชา นกสูงเนิน เลขทะเบียน 4902100630
นาย ศิวา วิศิษฏ์สรอรรถ เลขทะเบียน 4902100627
ผู้ค้าทอง เผย ซื้อ-ขายทองเยาวราชไม่คึกคัก คาดเงินสะพัดแค่หลักร้อยล้าน เหตุเศรษฐกิจทรุด-ราคาแพง ขณะที่สินค้าอื่นยอดหดไปตามๆกัน บางรายเหลือ 50% ด้านก.พาณิชย์ ยันไม่พบพ่อค้าขี้โกง..
เมื่อวันที่ 10 ก.พ. นายจิตติ ตั้งสิทธิภักดี นายกสมาคมผู้ค้าทองคำ กล่าวว่า การซื้อขายทองคำในช่วงตรุษจีนที่เยาวราชยังไม่คึกคัก คาดว่ามีเงินสะพัดหลักร้อยล้านบาท โดยทองรูปพรรณมีการซื้อเพิ่มขึ้นเพียง 10% จากปีก่อน เพราะคนซื้อทองคำแจกให้กันน้อยลง หลังจากทองราคาแพง และเศรษฐกิจไม่ดี แต่การซื้อทองคำแท่งเพื่อเก็งกำไร เริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากราคาทองคำลดลงต่ำสุดรอบ 3 เดือน ส่วนแนวโน้มราคาทองคำทั้งปีนี้ จะไม่แพงเท่าปีก่อนที่เคยขึ้นถึงบาทละ 19,200 บาท แต่จะผันผวนขึ้นลงตลอดทั้งปี โดยในช่วง 1 เดือนนี้จะขึ้นลงในกรอบ 1,020-1,120 ออนซ์ต่อเหรียญสหรัฐฯ
น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังการสำรวจการซื้อขายสินค้าเซ่นไหว้ในเทศกาลตรุษจีนที่ย่านเยาวราช ว่า ไม่พบผู้ขายฉวยขึ้นราคาเกินความจริง ส่วนใหญ่เป็นการขึ้นตามฤดูกาล เพราะการผลิตเท่าเดิม หรือลดลง แต่ความต้องการซื้อไปใช้ตามเทศกาลเพิ่มขึ้น ซึ่งกรมจะส่งเจ้าหน้าที่สอดส่องดูแลให้การซื้อขายเกิดความเป็นธรรมตลอดเทศกาล เพื่อให้ทั้งผู้ซื้อ และผู้ขายอยู่ได้
สำหรับบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยซื้อเครื่องเซ่นไหว้สำหรับเทศกาลตรุษจีน ที่บริเวณตลาดเก่าเยาวราช ไม่คึกคักนัก โดยพ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่เห็นว่ายอดขายตกลงจากปีที่แล้วมาก บางรายลดลงถึง 50% เพราะคนยังกังวลว่าเศรษฐกิจไม่ดี รวมถึงวิตกความวุ่นวายทางการเมือง ประกอบกับ ราคาสินค้าแพงขึ้น ทำให้คนระมัดระวังการใช้จ่าย ที่สำคัญผู้บริโภคหันไปซื้อสินค้าตามห้างสรรพสินค้า หรือร้านค้าปลีกสมัยใหม่ที่มีการจัดโปรโมชั่นลดราคาสินค้า และจัดแพ็คเกจเครื่องเซ่นไหว้อำนวยสะดวกลูกค้ามากกว่า ส่งผลให้บรรยากาศการซื้อขายตามตลาดสด และเยาวราชซบเซาลงอย่างชัดเจน.
ที่มาhttp://www.thairath.co.th/eco
คำถามท้ายเรื่อง
1. เพราะเหตูใดคนซื้อทองคำแจกให้กันน้อยลง
2. อะไรทำให้ราคาทองคำเปลี่ยนแปลง
3. ปัจจัยใดบ้างผู้บริโภคไม่จับจ่ายซื้อของที่ตลาดเยาวราช
วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น