จัดทำโดยนางสาวภัทริดา ชัยอำนาจ 4902100649
นางสาวมานิดา โอทกานนท์ 4902100655
ชื่อเรื่อง เอกชนตื่นรับมือพิษสงการเมือง n 6 ชาติแนะเที่ยวไทยหนีให้ไกลเหตุรุนแรง
นักลงทุนบุกพบ "สุเทพ" วันนี้ (17 ก.พ.) ถามการเมืองรุนแรงประกอบการตัดสินใจ ลงทุน ด้านตลาดหุ้น-ก.ล.ต.เตรียมรับมือวันตัดสินคดียึดทรัพย์ 26 ก.พ.นี้ ......
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 17 ก.พ.นี้ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ภัทร จะนำลูกค้าสถาบันซึ่งเป็นผู้บริหารและผู้จัดการกองทุนในประเทศไทยประมาณ 20 บริษัทเข้าพบกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เพื่อรับทราบข้อมูลสถานการณ์ทางการเมืองและมาตรการที่รัฐบาลเตรียมรับมือในวันที่จะมีการตัดสินคดียึดทรัพย์ 76,000 ล้านบาท ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อให้ลูกค้าของบริษัทได้มีการสอบถามและรับทราบข้อมูลโดยตรงจากรัฐบาล
"ขณะนี้ทุกฝ่ายกำลังจับตาว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย จึงต้องการรับทราบข้อมูลจากรัฐบาลถึงการประเมินสถานการณ์และมาตรการรับมือเพื่อให้นักลงทุนใช้ประกอบในการตัดสินใจ และงานนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ บล.ภัทรจัดให้กับลูกค้าเป็นประจำอยู่แล้วขึ้นอยู่กับสถานการณ์" ผู้บริหารระดับสูง บล.ภัทรกล่าว
ด้านนายสันติ กีระนันทน์ กรรมการผู้จัดการคนใหม่ของบริษัททริส คอร์ปอเรชั่น จำกัด และบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด กล่าวว่า ปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองในขณะนี้ ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่ทริสให้ น้ำหนักมากที่สุด เพราะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ และการทำธุรกิจของภาคเอกชน โดยเฉพาะธุรกิจในกลุ่มท่องเที่ยว โรงแรม และ สายการบิน ที่ถือว่าเป็นกลุ่มที่จะได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด โดยเฉพาะหากปัญหายังไม่จบลงในเวลาสั้นๆ จะกระทบต่อความมั่นใจในการลงทุนและการตัดสินใจใช้จ่ายเงินของประชาชน เพราะธุรกิจที่จะขยายการลงทุนก็ต้องหยุดชะงัก ผู้ที่จะซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียมก็อาจชะลอการตัดสินใจหากเห็นการเมืองยังวุ่นวาย
"ช่วงที่เกิดความวุ่นวายเมื่อเดือน เม.ย.ปี 52 ธุรกิจโรงแรมและสายการบินได้รับผลกระทบอย่างหนักจนถึงขณะนี้ยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่ ทริส จึงต้องติดตามสถานการณ์การเมืองอย่างใกล้ชิด แม้ระยะสั้นจะไม่ส่งผลกระทบต่อฐานะการเงินของบริษัทจนต้องถูกลดอันดับเครดิตทันที แต่อาจมีผลให้ทริสต้องปรับมุมมองในอนาคตของบริษัทที่ได้รับผลกระทบเป็นเชิงลบ เพราะการพิจารณาเครดิตจะใช้ปัจจัยอื่นๆร่วมด้วย"
ก.ล.ต.-ตลาดหุ้นพร้อมรับข่าวลือทุบหุ้น
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ก.ล.ต.ได้มีการติดตามสถานการณ์การเมืองในเดือน ก.พ.ทั้งก่อนและหลังการตัดสินคดียึดทรัพย์ที่อาจจะมีปัจจัยกระทบต่อการลงทุนอย่างใกล้ชิด โดยประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งตลาดหลักทรัพย์, บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทั้งไทยและต่างประเทศ, บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) หน่วยงานราชการ และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลด้านข่าวสารและความมั่นคง เพื่อแลกเปลี่ยนและรายงานข้อมูลหรือกระแสข่าวหรือข่าวลือที่จะมีผลกระทบต่ออารมณ์ ความรู้สึกและความมั่นใจของนักลงทุน
ทั้งนี้ หากพบว่ามีข่าวสารที่บิดเบือนหรือเหตุการณ์ที่ทำให้นักลงทุน ตื่นตระหนกเกินไป ก.ล.ต.ก็อาจมีความจำเป็นต้องออกมาให้ข้อเท็จจริงหรือให้ความมั่นใจกับนักลงทุนเพื่อให้ทันกับสถานการณ์ เลขาธิการ ก.ล.ต. ยังกล่าวด้วยว่า เท่าที่ได้คุยกับนักวิเคราะห์จากโบรกเกอร์ต่างชาติ ส่วนใหญ่ยังมีความมั่นใจกับศักยภาพของตลาดหุ้นไทย และนโยบายโดยรวมของประเทศ แต่ยอมรับว่ายังมีปัจจัยเสี่ยงระยะสั้นบ้าง โดยช่วงที่ผ่านมาจะเห็นการขายหุ้นของต่างชาติเพื่อลดความเสี่ยงไปบ้าง
ด้านนายศักรินทร์ ร่วมรังษี ผู้ช่วยผู้จัดการสายงานกำกับตลาด ตลาดหลักทรัพย์ กล่าวว่า ตลาดได้เกาะติดและประเมินสถานการณ์การเมืองอย่างใกล้ชิดก่อนจะถึงวันที่ 26 ก.พ.นี้ และเตรียมความพร้อมที่จะรองรับกับสถานการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นอยู่แล้ว ซึ่งร้ายสุดมองว่าหากเกิดเหตุเหมือนเดือน เม.ย.ปี 52 โดยสิ่งที่ตลาดจะให้ความสำคัญ คือ ระบบการซื้อขายซึ่งจะประสานกับทางบริษัทหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) เพื่อให้ลูกค้าซื้อขายได้ตามปกติ และยืนยันว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นตลาดหลักทรัพย์ก็จะเปิดให้ซื้อขายตามปกติ เพราะหากหยุดซื้อขายยิ่งทำให้เกิดความเสี่ยงกับประเทศ และหากดัชนีหุ้นปรับตัวลงรุนแรงตลาดหลักทรัพย์มีมาตรการอยู่แล้ว เช่นหากดัชนีปรับลดลง 10% ก็จะหยุดพักการซื้อขาย 30 นาที เป็นต้น
6 ประเทศแนะนำหลีกความรุนแรง
ด้านนายประกิตติ์ พิริยะเกียรติ รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาดการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มี 6 ประเทศที่ออกคำแนะนำ (Advisory) ให้นักท่องเที่ยวของประเทศตนเองที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย ได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี เบลเยียม เยอรมณี และออสเตรเลีย แต่การให้คำแนะนำกับนักท่องเที่ยวจะมีอยู่แล้วเป็นปกติ เช่น ททท.ออกคำแนะนำนักท่องเที่ยวที่จะไปมาเลเซียว่า อย่านำยาเสพติดติดตัวไป ซึ่งการให้คำแนะนำต่างจากคำเตือน (Warning) ที่มีระดับความเข้มข้น 1-7 ระดับ ซึ่งใน 6 ประเทศยังมีลักษณะให้คำแนะนำอยู่ เช่น ให้มาประเทศไทยได้แต่ให้หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่อาจจะเกิดเหตุการณ์ไม่ดี และพยายามติดตามข่าวสารอยู่ตลอดเวลา
"การออกคำแนะนำของต่างประเทศกับนักท่องเที่ยวไม่ใช่คำเตือน ต่างกันมาก ถ้าออกคำเตือนต้องติดตามใกล้ชิด ดังนั้นไม่อยากให้เข้าใจผิด ขอย้ำว่าตอนนี้ยังไม่มีอะไรที่กระเทือนกับการท่องเที่ยวของไทย"
ขณะเดียวกัน ททท.ยังมีศูนย์วิกฤติที่คอยติดตามสถานการณ์ โดยได้สั่งให้สำนักงาน ททท.ในต่างประเทศส่งข้อมูลกลับมาให้ทางประเทศไทย เช่น สื่อในต่างประเทศมองประเทศไทยอย่างไรบ้าง พบว่าตอนนี้ยังมองว่าไม่มีอะไรรุนแรง เป็นลักษณะแปลข่าวไทยไปเผยแพร่ และยังไม่มีการยกเลิกทัวร์.
ที่มา http://www.thairath.co.th/content/eco/65540 ไทยรัฐออนไลน์
คำถาม 1.ทำไมปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองในขณะนี้ ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุด
2.โดยสิ่งที่ตลาดจะให้ความสำคัญ คืออะไร
3.ททท.ออกคำแนะนำนักท่องเที่ยวที่จะไปมาเลเซียว่าอย่างไร
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
ตอบลบ1.ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่ทริสให้ น้ำหนักมากที่สุด เพราะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ และการทำธุรกิจของภาคเอกชน โดยเฉพาะธุรกิจในกลุ่มท่องเที่ยว โรงแรม และ สายการบิน ที่ถือว่าเป็นกลุ่มที่จะได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด โดยเฉพาะหากปัญหายังไม่จบลงในเวลาสั้นๆ จะกระทบต่อความมั่นใจในการลงทุนและการตัดสินใจใช้จ่ายเงินของประชาชน เพราะธุรกิจที่จะขยายการลงทุนก็ต้องหยุดชะงัก ผู้ที่จะซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียมก็อาจชะลอการตัดสินใจหากเห็นการเมืองยังวุ่นวาย
ตอบลบ2.ระบบการซื้อขายซึ่งจะประสานกับทางบริษัทหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) เพื่อให้ลูกค้าซื้อขายได้ตามปกติ และยืนยันว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นตลาดหลักทรัพย์ก็จะเปิดให้ซื้อขายตามปกติ เพราะหากหยุดซื้อขายยิ่งทำให้เกิดความเสี่ยงกับประเทศ และหากดัชนีหุ้นปรับตัวลงรุนแรงตลาดหลักทรัพย์มีมาตรการอยู่แล้ว เช่นหากดัชนีปรับลดลง 10% ก็จะหยุดพักการซื้อขาย 30 นาที
3.อย่านำยาเสพติดติดตัวไป
นางสาว สุพินดา มะกูล เลขทะเบียน 4902100013
1.ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่ทริสให้ น้ำหนักมากที่สุด เพราะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ และการทำธุรกิจของภาคเอกชน โดยเฉพาะธุรกิจในกลุ่มท่องเที่ยว โรงแรม และ สายการบิน ที่ถือว่าเป็นกลุ่มที่จะได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด โดยเฉพาะหากปัญหายังไม่จบลงในเวลาสั้นๆ จะกระทบต่อความมั่นใจในการลงทุนและการตัดสินใจใช้จ่ายเงินของประชาชน เพราะธุรกิจที่จะขยายการลงทุนก็ต้องหยุดชะงัก
ตอบลบ2.ระบบการซื้อขายซึ่งจะประสานกับทางบริษัทหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) เพื่อให้ลูกค้าซื้อขายได้ตามปกติ และยืนยันว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นตลาดหลักทรัพย์ก็จะเปิดให้ซื้อขายตามปกติ เพราะหากหยุดซื้อขายยิ่งทำให้เกิดความเสี่ยงกับประเทศ
3.อย่านำยาเสพติดติดตัวไป
น.ส. สิริพักตร์ จั่นเพชร เลขทะเบียน 4902100327
1.ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่ทริสให้ น้ำหนักมากที่สุด เพราะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ และการทำธุรกิจของภาคเอกชน โดยเฉพาะธุรกิจในกลุ่มท่องเที่ยว โรงแรม และ สายการบิน ที่ถือว่าเป็นกลุ่มที่จะได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด โดยเฉพาะหากปัญหายังไม่จบลงในเวลาสั้นๆ จะกระทบต่อความมั่นใจในการลงทุนและการตัดสินใจใช้จ่ายเงินของประชาชน เพราะธุรกิจที่จะขยายการลงทุนก็ต้องหยุดชะงัก
ตอบลบ2.ระบบการซื้อขายซึ่งจะประสานกับทางบริษัทหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) เพื่อให้ลูกค้าซื้อขายได้ตามปกติ และยืนยันว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นตลาดหลักทรัพย์ก็จะเปิดให้ซื้อขายตามปกติ เพราะหากหยุดซื้อขายยิ่งทำให้เกิดความเสี่ยงกับประเทศ
3.อย่านำยาเสพติดติดตัวไป